<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection: ดุษฎีนิพนธ์</title>
    <link>http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/583</link>
    <description>ดุษฎีนิพนธ์</description>
    <pubDate>Thu, 23 Oct 2025 14:17:45 GMT</pubDate>
    <dc:date>2025-10-23T14:17:45Z</dc:date>
    <item>
      <title>การวางแผนการผลิตอาหารโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาฉลาด อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด</title>
      <link>http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/1453</link>
      <description>Title: การวางแผนการผลิตอาหารโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาฉลาด อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด
Authors: ปิยนันท์, ฉัตรทอง
Abstract: การวิจัยเรื่องการวางแผนผลิตอาหารโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาฉลาด อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแผนการจัดทำอาหารกลางวัน 2) ศึกษาปริมาณการใช้วัตถุดิบในการประกอบอาหารกลางวัน และ 3) หาแนวทางการ ผลิตพืชและสัตว์ให้เพียงพอต่อความต้องการผลิตอาหารกลางวันของโรงเรียน โดยมีการเก็บข้อมูลการใช้ผลผลิตพืชและสัตว์ในการประกอบอาหารกลางวันของปีการศึกษา 2561 นำมาเปรียบเทียบกับแผนการผลิตพืชและสัตว์ของปีการศึกษา 2561 มีการคำนวณปริมาณการใช้ผลผลิตตามรายการอาหารที่ได้มีการกำหนด ปริมาณสารอาหารตามหลักโกชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จากจำนวนนักเรียน 89 คน รศึกษา 2561 และมีการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) กับหน่วยงานร่วมและคณะ โรงเรียน จำนวน 3 ครั้ง เพื่อบริหารจัดการผลผลิตพืชและสัตว์เพื่อผลิตอาหารอาหารกลางวันโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของโรงเรียน ผลจากการเปรียบเทียบปริมาณการใช้ผลผลิตกับแผนการผลิตพืชและสัตว์ พบว่ามีปริมาณของผลผลิตบางชนิดเพียงพอและบางชนิดขาด ชนิดที่ขาดประเภทผัก ได้แก่ คะน้า กวางตุ้ง ผักหวานบ้าน ถั่วฝักยาว ถั่วงอก และมะเขือเปราะ ประเภทผักเครื่องปรุง ได้แก่ มะนาว ประเภทผลไม้ ได้แก่ มะละกอ ปริมาณผลผลิตที่ไม่สามารถผลิตได้ ประเภทผัก /ถั่ว ได้แก่ ถ้วดำ ถั่วแดง มันเทศ ประเภท ผักเครื่องปรุง ได้แก่ หอม และ กระเทียม ประเภทผลไม้ ได้แก่ เง่าะ ลองกอง มังคุด และ สับปะรด ประเภท ข้าว และอื่น ๆ ได้แก่ ข้าว และเลือดหมู โดยมีแนวทางจัดการกับผลผลิตที่ขาดและผลผสิตที่ไม่สามารถผลิตได้ตามหลักภูมิสังคมของพื้นที่ โดยอาศัยเครือข่ายผู้ปกครองและชุมชนในการปลูกพืชที่ขาดให้เพียงพอ สำหรับการทำอาหารกลางวัน สำหรับชนิดที่ผลิตไม่ได้จะดำเนินการจัดซื้อตามความความเหมาะสม</description>
      <pubDate>Wed, 01 Jan 2020 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/1453</guid>
      <dc:date>2020-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การมีส่วนร่วมของประชาชนในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำน้ำเกี๋ยน  อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน</title>
      <link>http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/1451</link>
      <description>Title: การมีส่วนร่วมของประชาชนในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำน้ำเกี๋ยน  อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน
Authors: พันธ์ศักดิ์, สายเกียรติวงศ์
Abstract: การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการใช้ประโยชน์น้ำ ปัจจัยที่ความสัมพันธ์ ต่อการมีส่วนร่วมในการจัดการลุ่มน้ำน้ำเกี๋ยน และการศึกษาปัญหา อุปสรรคและข้อแสนอแนะ ในการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการลุ่มน้ำน้ำเกี่ยน ตำบลฝายแก้วและตำบลน้ำเกี่ยน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างตามสภาพภูมิประเทศและความแตกต่างของรูปแบบการใช้น้ำใช้วิธีการเก็บแบบสอบถาม แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มต้นน้ำ 95 ตัวอย่าง กลุ่มกลางน้ำ 20 ตัวอย่าง และกลุ่มปลายน้ำ 230 ตัวอย่าง รวมทั้งหมด 295 ตัวอย่าง ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่จบการศึกษาในระดับขั้นประถมศึกษา มีอายุเฉลี่ย 50 ปีขึ้นไป ประกอบอาชีพหลักคือ การเกษตร แต่ละกลุ่มมีรายได้เฉสี่ยระหว่าง 33,945.65 - 71,700.00 บาท/ปี แหล่งเงินทุนส่วนใหญ่ที่ กู้ยืมมาลงทุนในภาคการเกษตร คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รูปแบบการใช้ประโยชน์น้ำด้านการเกษตร คือ แหล่งน้ำตามธรรมชาติ ส่วนด้านการอุปโภคและบริโภคส่วนใหญ่ใช้จากประปาหมู่บ้านและการซื้อน้ำดื่ม ด้านการมีส่วนร่วมทรัพยากรน้ำพบอยู่ในระดับปานกลาง และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมการจัดการลุ่มน้ำเกี่ยน จำนวน 6 ตัวแปร ได้แก่ ปัญหาอุปสรรคในการบริหารจัดการ การมีบทบาท หน้าที่และตำแหน่งสำคัญในองค์กรต่าง ๆ รายได้ อาชีพหลัก และปริมาณน้ำที่เพียงพอต่อการทำเกษตรกรรม แสดงว่าอาชีพเกษตรกรต้องพึ่งพาทรัพยากรน้ำ สำหรับการผลิต ซึ่งเกษตรกรมีรายได้หลักจากการเกษตร อย่างไรก็ตาม เมื่อประสบปัญหาปริมาณน้ำ ที่ไม่เพียงพอ ทำให้เกษตรกรต้องมีการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ด้วยการรวมกลุ่มในแต่ละชุมชน ส่งผลให้โฐรมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ด้วยการสร้างกฎระเบียบ อนุรักษ์ ป้องกันและพัฒนาแหลง น้ำพื้นที่ การดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวควรได้วับการจัดตั้งกลุ่มภาคีเครือข่ายทั้งสามกลุ่มผู้ใช้น้ำ อย่างเป็นรูปธรรม การได้รับสนับสนุน บำรุง รักษาแหล่งน้ำอย่างสม่ำเสมอ และการใช้ทรัพยากรน้ำตามมาตราการอนุรักษ์ดินและน้ำ</description>
      <pubDate>Fri, 01 Jan 2021 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/1451</guid>
      <dc:date>2021-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

