<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/543">
    <title>DSpace Collection: ปัญหาพิเศษ/โครงงาน</title>
    <link>http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/543</link>
    <description>ปัญหาพิเศษ/โครงงาน</description>
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/877" />
        <rdf:li rdf:resource="http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/854" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-04-11T20:49:19Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/877">
    <title>แนวทางการเพิ่มมูลค่าสินค้าสีเขียวในทัศนคติของผู้บริโภคเจนวายในจังหวัดเชียงใหม่</title>
    <link>http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/877</link>
    <description>Title: แนวทางการเพิ่มมูลค่าสินค้าสีเขียวในทัศนคติของผู้บริโภคเจนวายในจังหวัดเชียงใหม่
Authors: นิศาชล ลีรัตนากร, nisachon leerattanakorn
Abstract: การศึกษาเรื่องแนวทางการเพิ่มมูลค่าสินค้าสีเขียวในทัศนคติของผู้บริโภคเจนวายใน จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาพฤติกรรมการบริโภคสินค้าสีเขียวของผู้บริโภคเจน วาย ในจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งนําเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสําหรับการพัฒนาตลาด สินค้าสีเขียวในประเทศไทย โดยทําการสํารวจกลุ่มตัวอย่างจาก 5 อําเภอ ในจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งสิ้น 1,200 ตัวอย่าง ผลการศึกษา พบว่า ผู้บริโภคเจนวาย ในจังหวัดเชียงใหม่ มีความถี่ใน การบริโภคสินค้าสีเขียวในระดับไม่สูงมากนัก (1.02 คะแนนจากคะแนนเต็ม 3) กว่าครึ่งไม่ มั่นใจว่าตรารับรอง (Certificate) ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าสีเขียว ประเภทต่างๆ นั้น สามารถเชื่อถือ ได้ อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวอย่างประมาณร้อยละ 78 มีความยินดีจ่ายสําหรับสินค้าสีเขียวในราคา ที่สูงกว่าสินค้าปกติ เมื่อศึกษาปัจจัยกําหนดความถี่ในการบริโภคสินค้าสีเขียว ใช้แบบจําลอง Ordinary Least Square (OLS) และ Random Effect ผลการศึกษาพบว่า ตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อ ความถี่ในการบริโภคสินค้าสีเขียวอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ประกอบไปด้วย ระดับการศึกษา เพศ อาชีพ ความมั่นใจในตรารับรอง คุณภาพของสินค้าสีเขียวเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าชนิด เดียวกัน และความวิตกกังวลถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม</description>
    <dc:date>2016-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/854">
    <title>กลยุทธ์การพัฒนาศักยภาพการผลิตและการจำหน่ายข้าวอินทรีย์และการวิเคราะห์เส้นทางที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจผลิตข้าวอินทรีย์ในจังหวัดเชียงใหม่</title>
    <link>http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/854</link>
    <description>Title: กลยุทธ์การพัฒนาศักยภาพการผลิตและการจำหน่ายข้าวอินทรีย์และการวิเคราะห์เส้นทางที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจผลิตข้าวอินทรีย์ในจังหวัดเชียงใหม่
Authors: สุรชัย กังวล, surachai kungwon
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนในการผลิตข้าว อินทรีย์ในจังหวัดเชียงใหม่ 2) วิเคราะห์เส้นทางที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจผลิตข้าวอินทรีย์ใน จังหวัดเชียงใหม่ และ 3) ศึกษากลยุทธ์การพัฒนาศักยภาพการผลิตและการจําหน่ายข้าวอินทรีย์ใน จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นการวิจัยแบบบูรณาการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ซึ่งกลุ่ม ประชากรที่ใช้ในการวิจัยเชิงปริมาณ คือ เกษตรกรผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ในจังหวัดเชียงใหม่ จํานวน 140 ครัวเรือน โดยใช้สถิติพรรณนา สถิติอนุมาน โดยการวิเคราะห์สมการ โครงสร้างด้วยการ วิเคราะห์เส้นทาง และการวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสนทนากลุ่มโดยการวิเคราะห์เนื้อหากับผู้นํา เกษตรกรผู้ผลิตและจําหน่ายข้าวอินทรีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรอินทรีย์ จํานวน 10 ราย ผลการวิจัย พบว่า เกษตรกรผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ได้รับผลผลิตเฉลี่ย 630.36 กิโลกรัมต่อไร่ ราคาผลผลิต เฉลี่ย 14.65 บาทต่อกิโลกรัม มีรายได้เฉลี่ย 9,234.77 บาทต่อไร่ มีต้นทุนรวม 7,389.42 บาทต่อไร่ ทําให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทน โดยมีกําไรสุทธิ 1,845.35 บาทต่อไร่ ส่วนปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ การตัดสินใจผลิตข้าวอินทรีย์โดยรวมมากที่สุดคือ ด้านการส่งเสริมและบริการ รองลงมาคือ ด้าน กายภาพ ด้านสังคม ค้านเทคโนโลยี และด้านเศรษฐกิจ โดยมีค่าผลรวมอิทธิพล เท่ากับ 400 391 373 363 และ 281 ตามลําดับ การกําหนดกลยุทธ์การพัฒนาศักยภาพการผลิตและจําหน่ายข้าวอินทรีย์ในจังหวัด เชียงใหม่ แบ่งเป็นกลยุทธ์ด้านการผลิต จํานวน 10 ค้าน ประกอบด้วย 1) การเลือกพื้นที่เพาะปลูก 2) การเลือกใช้พันธุ์ข้าวและการเตรียมเมล็ดพันธุ์ข้าว 3) การเตรียมดิน 4) วิธีปลูก 5) การจัดการความ อุดมสมบูรณ์ของดิน 6) ระบบการปลูกพืช 7) การควบคุมวัชพืช 8) การป้องกันกําจัดโรคแมลงและ สัตว์ศัตรูพืช 9) การจัดการน้ํา และ 10) การจัดการก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว ส่วนกลยุทธ์ด้านการ จําหน่าย จํานวน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) ด้านผลิตภัณฑ์ 2) ด้านราคา 3) ก้านช่องทางการจัดจําหน่าย และ 4) ด้านการส่งเสริมการตลาด ดังนั้นจึงควรนํากลยุทธ์ที่ได้รับไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลเป็น รูปธรรมโดยทําการส่งเสริมการจัดอบรมเพิ่มเติมองค์ความรู้ด้านการผลิตและการจําหน่ายให้แก่ เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างศักยภาพการผลิตและการจําหน่ายข้าวอินทรีย์ให้เกิดความมั่นคง ทางอาหารเกษตรอินทรีย์อย่างเป็นระบบและสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและรักษา สิ่งแวดล้อมให้แก่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน</description>
    <dc:date>2017-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

