<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/489">
    <title>DSpace Community: คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม</title>
    <link>http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/489</link>
    <description>คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม</description>
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/2189" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-04-11T20:49:18Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/2189">
    <title>การยอมรับปฏิบัติเทคโนโลยีการผลิตกาแฟของเกษตรกรผู้นำปลูกกาแฟในอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร</title>
    <link>http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/2189</link>
    <description>Title: การยอมรับปฏิบัติเทคโนโลยีการผลิตกาแฟของเกษตรกรผู้นำปลูกกาแฟในอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร
Authors: บุปผา ไหมพรหม, bubpha maiprom
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ลักษณะส่วนบุคคลของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในอำเภอนะโต๊ะ จังหวัดชุมพร (2) ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง กับการยอมรับปฏิบัติเทคโนโลยีการผลิตกาแฟ (3) ระดับการยอมรับปฏิบัติเทโนโลยีการผลิตกาแฟ ของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ( 4) ความสัมพันธ์ของระดับการยอมรับปฏิบัติเทคโนโลยีการผลิตกาแฟกับสถานภาพทางการผลิต และการรับรู้เทคโนโลยีของเกษตรกร (5) ปัญหาด้านการผลิตกาแฟของเกษตรกร และ (6) ความต้องการต้านการผลิตกาแฟของเ กษตรกรผู้ให้ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ คือ เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในอำเภอนะโต๊ะ จังหวัดชุมพร ซึ่งได้จากการสุ่มตัวอย่างจำนวน 184 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล คือ แบบสัมภาษณ์ เพื่อรวบรวมช้อมูลเกี่ยวกับระดับการปฏิบัติเทคโน โลยีการผลิตกาแฟ ระดับปัญหาและความต้องการด้านการผลิตกาแฟของ เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ซึ่งข้อมูลได้นำมาวิเคราะห์ด้วยเครื่องไมโครคอมพิวเดอร์ โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์(SPSS/PC+)ผลการวิจัยพบว่า เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุเฉลี่ย 44 ปี มีจำนวนสมาชิกในครัวเรือนเฉลี่ย 5 คน จำนวนแรงงานในครัวเรือนเฉลี่ย 3 คนและส่วนใหญ่จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาตอนต้น มีพื้นที่เพาะปลูกกาแฟเฉลี่ยครอบครัวละ 13 ไร่ พื้นที่เพาะปลูกเป็นของตนเอง และได้รับผลผลิตกาแฟเฉลี่ยปีละ 3,562 กิโลกรัมครอบครัวมีรายได้เฉลี่ยปีละ 212,904 บาท โดยมีรายได้จากการขายผลผลิตกาแฟเฉลี่ยครอบครัวละ 197,955 บาท รายได้จากภาคเกษตรเฉลี่ย 15,195 บาท รายได้นอกภาคเกษตรเฉลี่ย 4,187 บาทต่อปี มีประสบการณ์ในการทำสวนกาแฟเฉลี่ย 8 ปี เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่เกษตรเฉลี่ยปีละ 1 ครั้ง ได้รับข่าวสารความรู้เรื่องการทำสวนกาแฟ จากรายการทางโทรทัศน์เฉลี่ยปีละ 1 ครั้ง จากรายการทางวิทยุเฉลี่ยปีละ 7 ครั้งจากเอกสารสิ่งพิมพ์เฉลี่ยปีละ 4 ครั้ง จากผู้แทนจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตร เฉลี่ยปีละ 10 ครั้ง จากเพื่อนบ้าน และ เกษดรกรผู้ประสบผลสำเร็จในการประกอบอาชีพเฉลี่ยปีละ 15 ครั้ง เกษตรกรได้เข้าร่วมประชุมฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ในการทำสวนกาแฟเฉลี่ยปีละ 1 ครั้ง เกษตรกรส่วนใหญ่ ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มสหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟเกษตรกรยอมรับปฏิบัติเทค โนโลยีการผลิตกาแฟอยู่ในระดับปานกลาง โดยเกษตรได้มีการปฏิบัติด้านการให้ปุ๋ย การกำจัดวัชพืช และการเ ก็บเกี่ยวผลผลิดอยู่ในระดับมาก ส่วนการให้น้ำ การคลุมโคน การตัดแต่งกึ่ง การป้องกันและกำจัดโรคแมลง อยู่ในระดับปานกลางความสัมพันธ์ระหว่างระดับการยอมรับปฏิบัติเทคโนโลยีการผลิตกาแฟ และสถานภาพทางการผลิตกับการรับรู้เทคโน โลยีของ เกษตรกรนั้น พบว่าตัวแปรอิสระทั้งหมดอันได้แก่ ขนาดพื้นที่ปลูก สภาพการถือครองที่ดิน ผลผลิตที่ได้รับ รายได้ ประสบการณ์ในการทำสวน การติดต่อกับเจ้าหน้าที่เกษตร การรับข่าวสารความรู้เรื่องการทำสวนกาแฟการฝึกอบรม และการรวมกลุ่มนั้น ไม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับระดับการยอมรับปฏิบัติเทดโนโลยีการผลิตกาแฟของ เ กษตรกรแต่อย่างใดเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟมีปัถูหาด้านการผลิตอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีปัญหาเรื่องเงินทุน วัสดุอุปกรณ์ และการปฏิบัติดูแลรักษาอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนเรื่องการเก็บเกี่ยวผลผลิต กษตรกรมีปัญหาในระดับน้อยสำหรับความต้องการด้านการผลิตนั้นเกษตรกรมีความต้องการอยู่ในระดับมากโดยมีความต้องการด้านวัสดุอุปกรณ์ ด้าน เงินทุน และด้านการปฏิบัติดูแลรักษาอยู่ในระดับมาก ส่วนด้านการเก็บเกี่ยวผลผลิตแเกษตรกรมีความต้องการในระดับปานกลาง</description>
    <dc:date>1996-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

