<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/488">
    <title>DSpace Community: คณะเศรษฐศาสตร์</title>
    <link>http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/488</link>
    <description>คณะเศรษฐศาสตร์</description>
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/2198" />
        <rdf:li rdf:resource="http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/2144" />
        <rdf:li rdf:resource="http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/2143" />
        <rdf:li rdf:resource="http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/2137" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-04-11T19:06:13Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/2198">
    <title>ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่า ในท้องที่จังหวัดแพร่</title>
    <link>http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/2198</link>
    <description>Title: ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่า ในท้องที่จังหวัดแพร่
Authors: คมศักดิ์ โสภารัตน์, komsak soparat
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ลักษณะส่วนบุคคล เศรษฐกิจ และสังคมของเจ้าหน้าที่บำไม้ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่า ในท้องที่จังหวัดแพร่ 2) ระดับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บำไม้ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่า ในท้องที่จังหวัดแพร่ 3) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บำไม้ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าในท้องที่จังหวัดแพร่ 4)ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บำไม้ประจำหน่วยป้องกันรักษาปา ในท้องที่จังหวัดแพร่ ผู้ให้ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้คือ เจ้าหน้าที่บำไม้ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่า ในท้องที่จังหวัดแพร่ จำนวนทั้งสิ้น 123 คน โดยรวบรวมข้อมูลจากประชากร ทั้งหมด และใช้แบบสอบถามที่สร้างขึ้นตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย และผ่านการทดสอบความตรงและความเที่ยงแล้ว จากนั้นนำข้อมูลที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมสถิติสำเร็จรูป เพื่อการวิจัยทางลังคมศาสตร์ (SPSS/PC) ผลการวิจัยเกี่ยวกับลักษณะส่วนบุคคล เศรษฐกิจและลังคม พบว่า ผู้ให้ข้อมูลมีอายุเฉลี่ย 39 ปี โดยผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิซาการบำไม้ มีอายุราชการเฉลี่ย 15 ปี ส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างประจำในตำแหน่งพนักงานพิทักษ์ป่า โดยมีเงินเดือนและรายได้พิเศษเฉลี่ย 12.,160 บาท ได้รับการพิจารณาความดีความ"อบกรณีพิเศษ 2 ขั้น เฉลี่ย 3 ครั้งและเข้ารับการฝึกอบรมในเรื่องการป้องกันรักษาป่าเฉลี่ย 2 ครั้งต่อปีสำหรับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่า ในท้องที่จังหวัดแพร่ พบว่า ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่มีความหึงพอใจในระดับมากต่อภาพรวมเกี่ยวกับ ด้านงานป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ด้านงานประชาลัมหันธ์และเผยแพร่ ด้านงานคดีและของกลาง ด้านงานสารบรรณ และด้านงานอื่นๆ ในด้านปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความหึงพอใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่า ในท้องที่จังหวัดแหร่ พบว่า วุฒิการศึกษา เงินเดือนและรายได้&#xD;
พิเศษ การได้รับการพิจารณาความดีความชอบและการฝึกอบรม เป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจของผู้ให้ช้อมูล ส่วนปัจจัยที่ไม่มีความสัมพันธ์กับความหึงพอใจดังกล่าว ได้แก่ อายุ อายุราชการ และระดับตำแหน่ง ตามทรรศนะของผู้ให้ข้อมูลส่วนปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่า ในท้องที่จังหวัดแพร่ นั้น พบว่า ด้านงานป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการบำไม้ ในเรื่องของยานพาหนะ และวัสดุอุปกรณ์ที่ใร้ในการปฏิบัติงานมีปริมาณไม่ เพียงพอและที่มีใช้ปฏิบัติงานอยู่ก็มีสภาพเก่า ชำรุด ทรุดโทรม ยังขาดอัตรากำลังของ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน&#xD;
นอกจากนั้นนโยบายของรัฐก็ยังไม่แน่นอนและต่อเนื่อง ขาดเอกภาพ เนื่องจากเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยส่วนด้านงานประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ พบว่า ขาดบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และ ความชำนาญการ ขาดยานพาหนะและวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้เป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำหรับงานด้านคดีและของกลาง พบว่า ไม่มีสถานที่จัดเก็บของกลาง มีริ้วล้อมรอบ จึงอาจทำให้เกิดการเสียหายและสูญหายได้และไม่มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ในด้านงานสารบรรณ พบว่า วัสดุและครุภัณฑ์ ที่ใช้ในการปฏิบัติงานมีไม่เพียงพอทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ และด้านงานอื่นๆ พบว่าแผนงานไม่ชัดเจนและต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ขาดความรู้ความสามารถและมีไม่เพียงพอ นอกจากนี้ขาดวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน และงบประมาณที่ได้รับไม่เพียงพอ</description>
    <dc:date>1998-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/2144">
    <title>ความต้องการในการมีส่วนร่วมของประชาชนท้องถิ่นต่อกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง</title>
    <link>http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/2144</link>
    <description>Title: ความต้องการในการมีส่วนร่วมของประชาชนท้องถิ่นต่อกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง
Authors: อโนทัย เพียรคงชล, anotai-peankongchon
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ทราบถึงลักษณะส่วนบุคคล เศรษฐกิจและสังคมของประซาซนที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง (2) ศึกษาถึงความต้องการในการมีส่วนร่วมของประชาชนท้องถิ่นต่อกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติแจ้ช้อน จังหวัดลำปาง (3) ระบุถึงข้อเสนอแนะของประชาชนท้องถิ่นเกี่ยวกับการจัดการอุทยานแห่งชาติให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ให้ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้คือ หัวหน้าครอบครัวจากตำบลแจ้ช้อน และตำบลหัวเมือง จำนวน 90 คน ซึ่งได้มาจากการสุมตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่ม I ouster random sampling ) เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ คือ แบบสอบถามเพื่อการสัมภาษณ์ และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมสถิติสำเร็จรูป เพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ผลการวิจัยเกี่ยวกับลักษณะส่วนบุคคล เศรษฐกิจและสังคมพบว่าผู้ให้ข้อมูลมีอายุเฉลี่ย 37 ปี ส่วนมากนับถือศาสนาพุทธ และสืบเชื้อสายมาจากเผ่าพันธุ์ไทย ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถมศึกษา ประกอบอาชีพการเกษตรเป็นอาชีพหลัก และอาชีพรับจ้างทั่วไปเป็นอาชีพรอง โดยมีรายได้เฉลี่ย 37.347 บาท ในปี พ.ศ. 2539 ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกกลุ่มและเข้าร่วมในกลุ่มธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์สำหรับความต้องการในการมีสวนร่วมของประชาชนท้องถิ่นต่อกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ผลการวิจัยพบว่าผู้ให้ข้อมูลส่วนมากต้องการมีส่วนร่วมใน 4 กิจกรรม ได้แก่ การจัดบริการด้านที่พัก  การเป็นมัคคุเทศก็นำเที่ยวธรรมชาติ การจัดบริการด้านการแสดงประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น และการจัดบริการด้านพาหนะรับ - ส่ง ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ต้องการมีส่วนร่วมใน 2 กิจกรรม คือ การจัดบริการด้านการจำหน่ายของที่ระลึก และการจัดบริการด้านอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนผลการวิจัยเกี่ยวกับข้อเสนอแนะของผู้ให้ข้อมูลในการจัดการอุทยานแห่งชาติให้เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พบว่าผู้ให้ข้อมูลส่วนมากได้ให้ข้อเสนอแนะว่า กรมป่าไม้ควรเพิ่มอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยานแห่งชาติ เพื่อป้องกันการบุกรุกทำลายป่าไม้ และลักลอบล่าสัตว์ป่าตลอดจนรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวและให้ประชาชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดการอุทยานแห่งชาติให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยเชิญผู้แทนประชาชนท้องถิ่นเข้าร่วมประชุมให้ความรู้ ร่วมวางแผน และร่วมดำเนินงาน</description>
    <dc:date>1997-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/2143">
    <title>ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความต้องการสินเชื่อของสมาชิกสหกรณ์ เครดิตยูเนี่ยนคุรุสภาอำเภอเมืองเชียงใหม่ จำกัด</title>
    <link>http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/2143</link>
    <description>Title: ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความต้องการสินเชื่อของสมาชิกสหกรณ์ เครดิตยูเนี่ยนคุรุสภาอำเภอเมืองเชียงใหม่ จำกัด
Authors: บุษยารัตน์ คล้ายมณี, budsayarat-klaimanee
Abstract: การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความต้องการสินเชื่อของสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคุรุสภาอำเภอเมืองเชียงใหม่ จำกัดข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้มาจากการใช้แบบสอบถามจากกลุ่มประชากรสมาชิกผู้กู้เงินจากสหกรณ์จำนวนทั้งลิ้น 241 คน วิธีการศึกษาเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้นได้ใช้การวิเคราะห์เชิงพรรณนาอธิบายลักษณะทั่ว ๆ ไปทางเศรษฐกิจและสังคมกรวิเคราะห์หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ด้วยโปรแกรมสถิติสำเร็จรูปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ (SPSS)ผลการศึกษาปรากฎว่าสมาชิกมีความต้องการสินเชื่อมากที่สุดอยู่ในช่วงระหว่าง 100,001 - 200.000 บาท ร้อยละ 64.73 โดยสมาชิกได้รับอนุมัติสินเชื่อจากสหกรณ์สูงสุดอยู่ในช่วงระหว่าง 90.001 - 120,000 บาท ร้อยละ 58.50 ซึ่งสหกรณ์สามารถตอบสนองความต้องการสินเชื่อของสมาชิกได้ที่ร้อยละ 51 - 75 ของความต้องการสินเชื่อทั้งหมดผู้วิจัยได้ศึกษาถึงปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความต้องการสินเชื่อของสมาชิกสหกรณ์โดยมีจำนวนปัจจัยทั้งหมด 7 ตัวแปรได้แก่ จำนวนสมาชิกในครัวเรือน รายได้ของสมาชิกค่าใช้จ่ายของสมาชิก หนี้สินอื่นของสมาชิก ทรัพย์สินของสมาชิก เงินเดือนคงเหลือสุทธิของสมาชิกและมูลค่าหุ้นของสมาชิก ผลการวิเคราะห์พบว่า จำนวนสมาชิกในครัวเรือน รายได้ของสมาชิก ค่าใช้จ่ายของสมาชิก หนี้สินอื่นของสมาชิกทรัพย์สินของสมาชิกและเงินเดือนคงเหลือสุทธิของสมาชิกเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความต้องการสินเชื่อของสมาชิกในระดับต่ำโดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (R)เท่ากับ -.0189, -.0024, .0873, .0069, .0613 และ -.0222ส่วนมูลค่าหุ้นของสมาชิกที่มีในสหกรณ์เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อความต้องการสินเชื่อของสมาชิกในระดับปานกลาง มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (R) เท่ากับ .3868สำหรับปัญหาการดำเนินงานด้านธุรกิจสินเชื่อของสหกรณ์จากการสอบถามสมาชิกพบว่าสหกณ์มีวงงินกู้น้อยไม่เพียงพอกับความต้องการของสมาชิก ระยะเวลาในการอนุมัติเงินกู้นานเกินไปการพิจารณาอนุมัติเงินกู้ตามลำดับก่อนหลังไม่ยุติธรรม ทุนในการให้สมาชิกกู้ไม่เพียงพอกับความต้องการการขาดการประชาสัมพันธ์ด้านสินเชื่อ เอกสารด้านเงินกู้ยังไม่มีความสมบูณ์ ระเบียบในการขอกู้มีมากเกินไป การพิจารณาตรวจสอบและอนุมัติวงเงินกู้ยังไม่รัดกุมสมาชิกไม่ทราบยอดเงินกู้คงเหลือจากสหกรณ์และสมาชิกไม่มั่นใจในการบริหารงานของสหกรณ์</description>
    <dc:date>1999-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/2137">
    <title>ประสิทธิภาพทางเทคนิคของผู้เลี้ยงปลานิลในบ่อดิน จังหวัดเชียงใหม่</title>
    <link>http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/2137</link>
    <description>Title: ประสิทธิภาพทางเทคนิคของผู้เลี้ยงปลานิลในบ่อดิน จังหวัดเชียงใหม่
Authors: วรรุจ ไชยประคอง, Woararuth Chaipakong
Abstract: การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพทางเทคนิคของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลในบ่อดินในจังหวัดเชียงใหม่ จากกลุ่มตัวอย่างเกษตรกผู้เลี้ยงปลานิลในบ่อดิน ในอำเภอสันทรายและอำเภอพร้าว จำนวน 155 ราย โดยนำมาวิเคราะห์ประสิทธิภาพทางเทคนิคด้วยแบบจำลองพรมแดน เชิงเฟ้นสุ่ม (Stochastic Frontier Approach: SFA) โดยวิธี Maximum Likelihood Estimation (MLE) ผลการศึกษาพบว่าประสิทธิภาพทางเทคนิคของอำเภอสันทรายมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.53 โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลในบ่อดินในอำเภอสันทรายมีระดับประสิทธิภาพทางเทคนิคในระดับต่ำมาก (&lt; 0.50) ร้อยละ 37.14 และค่าเฉลี่ยประสิทธิภาพทางเทคนิคของอำเภอพร้าวเท่ากับ 0.78 โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลในบ่อดินในอำเภอพร้าวมีระดับประสิทธิภาพทางเทคนิคในระดับสูง (0.71-0.80) ร้อยละ 36.47 สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อความมีประสิทธิภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของอำเภอสันทรายคือ ประสบการณ์และการเป็นสมาชิกกลุ่มหรือชมรม สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อความมีประสิทธิภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของอำเภอพร้าวคือ การเข้าถึงหรือการให้ความช่วยเหลือของหน่วยงาน</description>
    <dc:date>2016-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

