<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection: การตีพิมพ์ผลงานวิจัยในรูปแบบ Journal</title>
  <link rel="alternate" href="http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/550" />
  <subtitle>การตีพิมพ์ผลงานวิจัยในรูปแบบ Journal</subtitle>
  <id>http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/550</id>
  <updated>2026-04-11T22:35:51Z</updated>
  <dc:date>2026-04-11T22:35:51Z</dc:date>
  <entry>
    <title>สมบัติเชิงกล สมบัติทางกายภาพ และการย่อยสลายของแผ่นยางธรรมชาติวัลคาไนซ์ที่ใช้แป้งชนิดต่างๆเป็นสารตัวเติม</title>
    <link rel="alternate" href="http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/886" />
    <author>
      <name>พิไลวรรณ พรประสิทธิ์, philaiwan pornprasit</name>
    </author>
    <author>
      <name>ชลฎา นรากรศักดิ์</name>
    </author>
    <author>
      <name>วิไลวรรณ สงวนวงษ์</name>
    </author>
    <id>http://ir.mju.ac.th/dspace/handle/123456789/886</id>
    <updated>2023-04-05T07:18:38Z</updated>
    <published>2014-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: สมบัติเชิงกล สมบัติทางกายภาพ และการย่อยสลายของแผ่นยางธรรมชาติวัลคาไนซ์ที่ใช้แป้งชนิดต่างๆเป็นสารตัวเติม
Authors: พิไลวรรณ พรประสิทธิ์, philaiwan pornprasit; ชลฎา นรากรศักดิ์; วิไลวรรณ สงวนวงษ์
Abstract: งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาผลของแป้งต่างชนิด ได้แก่ แป้งข้าวเจ้า แป้งมันสําปะหลัง และแป้ง สาคู ในปริมาณที่แตกต่างกัน เมื่อใช้แป้งเป็นสารตัวเติมในน้ํายางวัลคาไนซ์ โดยการทดลองทําการ แปรปริมาณแป้งที่ 0, 5, 10 และ 15 phr และศึกษาสมบัติเชิงกล สมบัติทางกายภาพ และการย่อย สลายของแผ่นยางวัลคาไนซ์ จากผลการทดสอบพบว่า ค่าความต้านทานแรงดึง และค่ามอดูลัสของ แผ่นยางวัลคาไนซ์มีแนวโน้มลดลง ในขณะที่ค่าระยะยึด ณ จุดขาดเพิ่มขึ้น ตามปริมาณสารตัวเติม แป้ง จากการตรวจสอบสัณฐานวิทยาของแผ่นยางวัลคาไนซ์ด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบ ส่องกราด พบว่าแผ่นยางที่ผสมแป้งสาคูมีการฝังตัวและกระจายตัวของแป้งสาคูทั่วแผ่นยางอย่าง สม่ําเสมอ จากการวิเคราะห์ลักษณะหมู่ฟังก์ชันเฉพาะของยางวัลคาไนซ์ด้วยวิธีฟูเรียทรานสฟอรม์ อินฟราเรดสเปกโตรสโคปี พบว่าสารตัวเติมแป้งฝังตัวเข้ากับน้ํายาง ซึ่งปรากฏหมู่ฟังก์ชันของน้ํา ยางและแป้งแต่ละชนิดให้พีคของพันธะคล้ายกัน จากการทดสอบการบวมพองพบว่าแป้งแต่ละชนิด ที่ปริมาณ 15 phr มีอัตราการบวมพองสูงสุด แผ่นยางที่ผสมแป้งสาคูมีเปอร์เซ็นต์การดูดซับน้ําสูง ที่สุด โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการฝังดิน นอกจากนี้พบว่าปริมาณโปรตีนก่อนฝังดินมี ค่าสูงกว่าหลังฝังดินและหลังฝังดินพบว่าแผ่นยางที่ผสมแป้งข้าวเจ้ามีปริมาณโปรตีนจากแบคทีเรียสูงที่สุด</summary>
    <dc:date>2014-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

